Life

5 ประโยคที่คอยเตือนใจ

posted on 31 Jan 2009 14:08 by jennessa  in Life

หวัดดีค่ะ  (- -")

 **ปัดหยากไย่**

เอนทรีนี้ว่าจะเขียนมานานมาก กะจะเขียนรับวันปีใหม่ เดี๋ยวเจนจะหายไปอีกซักพักใหญ่ เพราะอาทิตย์หน้าต้องสอบ IELTS อีกแล้วค่า (แว้กกกก) *0* (สอบรอบแรก click here)

อยากเขียนเอนทรีนี้รับปีใหม่ก็เพราะว่า ประโยคพวกนี้มันมีผลต่อชีวิตเจนเนสซ่าจริง ๆ นะ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นึกถึงประโยคพวกนี้จำนวนนับครั้งไม่ถ้วน *0* เจนเชื่อว่า ทุกคนแหละ  ต้องมีคติหรือข้อความอะไรซักอย่างไว้เตือนใจ ทีนี้พออ่านหนังสือมากขึ้น ๆ ก็ได้ประโยคประทับใจเพิ่มขึ้น ๆ เลยอยากจะลิสต์เก็บไว้ ไปดูเลยดีกว่า

.

1. "จะทำอะไร ถ้าไม่กลัว"

.

จากหนังสือ : ใครเอาเนยแข็งของฉันไป

อ่านเมื่อ : เรียน ป.ตรี

เนื้อเรื่อง : หนูตัวนึง ไม่กล้าออกไปหาอาหารในเขาวงกต กลัวหลงทาง แต่ถ้าไม่ไปก็อดตาย

เหตุการณ์สำคัญ : ก่อนมาเรียนที่ออสนี่ คิดแล้วคิดอีก กลัวฟังไม่รู้เรื่อง กลัวไม่มีเพื่อน กลัวฝรั่ง สุดท้ายถามตัวเอง จริง ๆ อยากไปใช่มั้ย ถ้าไม่กลัวเนี่ย คำตอบคือ ใช่ๆๆๆ หลังจากนั้นก็ไม่ลังเลอีกต่อไป

เวลาที่นึกถึง : ไม่กล้าทำไรบางอย่าง กลัวนั่นนู่นนี่

I think : หนังสือเล่มนี้ดีมากป่าว จำไม่ได้แล้ว 555 จำได้อยู่ประโยคเดียวเนี่ยค่ะ

.

2. "ลิงกำถั่ว"

.

จากหนังสือ : เข็มทิศชีวิต

อ่านเมื่อ : ทำงาน (มานานแล้ว)

เนื้อเรื่อง :  ชาวบ้านจะจับลิง โดยเอาถั่วไปใส่ในมะพร้าวเจาะรู ลิงอยากกินถั่ว เอามือล้วงลงไปในรูมะพร้าวแล้วกำถั่วไว้ พอจะเอามือออก ก็ติดมือที่กำไว้ จะปล่อยก็เสียดาย ก็เลยติดอยู่อย่างนั้น

เหตุการณ์สำคัญ : โดนบอกเลิกค่ะ 555 เหมือนจะขำ ๆ แต่ตอนนั้นเศร้ามาก เพิ่งเข้าใจว่าร้องไห้แทบขาดใจมันเป็นยังไง ภายนอกก็ดูร่าเริงปกติ แต่ในใจมันร้อนมาก หนังสือเล่มนี้ของคุณฐิตินาถเหมือนมาช่วยชีวิตเลยอะ อ่านเรื่องนี้จบ เจนก็ว่า ทำไมลิงมันโง่งี้ หันมามองตัวเอง เราเองก็ไม่ต่างจากลิงเลยนี่หว่า ยึดติดอยู่กับเรื่องราวในอดีต ยึดติดอยู่กับคนคนนึง ไม่ยอมปล่อยซักที คิดได้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นทันที (เหมือนปาฏิหารย์)

เวลาที่นึกถึงทุกเรื่องที่เข้ามากวนใจ นึกถึงลิงกำถั่วแล้วก็จะเริ่มปล่อยวาง

I think :  หนังสือเล่มแรกที่ทำให้เริ่มหันหน้าเข้าหาธรรมะ

.

3.  "ผมนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ พร้อมกับทำการบ้านโดยอาศัยแสงไฟริบหรี่จากเสาไฟข้างถนน"

.

 

จากหนังสือ : ไล่ตงจิ้น ลูกขอทาน ผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต

อ่านเมื่อ : ก่อนไปเรียนต่อแป๊บนึง

เนื้อเรื่อง : ชีวิตของไล่ตงจิ้น ลูกขอทานที่ชีวิต.... ไม่รู้จะบรรยายยังไงเลยอะ ประโยคนี้มาจากตอนที่เค้าเล่าว่า เค้าต้องออกไปขอทานกับพ่อ แล้วก็ต้องอาศัยแสงไฟจากเสาไฟข้างถนนอ่านหนังสือ ลำบากขนาดนั้น ผลการเรียนยังออกมาดีมาก

เวลาที่นึกถึง : ตอนเรียน แล้วก็ตอนจะสอบ คิดประจำตอนขี้เกียจหรือได้คะแนนน้อย เรามีพร้อมทุกอย่างทำได้แค่นี้เรอะ ดูไล่ตงจิ้นดิ๊ แสงไฟอ่านหนังสือยังไม่ค่อยจะมีเลย เค้ายังขยันจนประสบความสำเร็จ ได้ที่หนึ่งของห้องตลอด แล้วเราอะ มีโต๊ะตั้งกว้าง โคมไฟก็มี เครื่องเขียนก็พร้อม ยังจะมาขี้เกียจอีก (แว้กกก -*-)

I think : หนังสือเล่มนี้มีประโยคประทับใจเยอะมาก แต่ที่จำได้ขึ้นใจคืออันนี้แหละค่ะ Must-Read book!!!

.

4. "ท่านทั้งสองให้เวลาอยู่ข้าง ๆ กับผมมานานเท่าไหร่ ท่านต้องเสียสละความฝันและสิ่งที่อยากทำไปแค่ไหน"

.

จากหนังสือ : ลอนดอนไดอารี่ 1.1

อ่านเมื่อ : เรียน ป.โท

เนื้อเรื่อง : ประโยคนี้อยู่หน้า 289 ในหนังสือ คุณนิ้วกลมเขียนไว้ อ่านครั้งแรก สะดุดกึก นั่งนิ่งอยู่นานมาก เนื้อเรื่องคือ คุณนิ้วกลมคุยกับดอนน่าที่มีลูกสาวแล้ว ย่อหน้าเต็ม ๆ คือ

"ดอนน่าอยากเดินทางท่องโลก แต่ก็ใช้เวลาเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมาไปกับการเลี้ยงดูลูกสาวทั้งสอง ชวนให้นึกถึงป๊ากับแม่ ท่านทั้งสองให้เวลาอยู่ข้าง ๆ กับผมมานานเท่าไหร่ ท่านต้องเสียสละความฝันและสิ่งที่อยากทำไปแค่ไหน"

แม่เจนมีลูกสาวสี่คนอะ... คือเจนไม่เคยมองมุมนี้อะค่ะ อะไรคือความฝันของแม่ตอนเด็ก ๆ (- - )? เจนรู้ว่าแม่เคยเรียนตัดเสื้อ แล้วแม่ก็วาดรูปแล้วระบายสีน้ำสวยมากกกกก อะไรคือสิ่งที่แม่ฝันและอยากทำ...

.

5. "I think I can handle it"

.

จากหนัง : Spirited Away

ดูเมื่อ : ทำงาน (ซักพักนึง)

เนื้อเรื่อง : หนังการ์ตูนของค่าย Studio Ghibli เรื่องราวของชิฮิโร่ เด็กผู้หญิงที่ค่อนข้างเอาแต่ใจและดื้อรั้น ระหว่างย้ายบ้าน ก็พลัดหลงเข้าไปอยู่ในโลกประหลาดที่ช่วยปรับปรุงนิสัยของเธอให้ดีขึ้น ประโยคนี้ชิฮิโร่พูดเกี่ยวกับโรงเรียนใหม่ว่า "I think I can handle it" ประมาณว่า เรื่องเลวร้ายกว่านี้ก็เจอมาแล้ว แค่ย้ายโรงเรียนสบายมาก (^^)V

เวลาที่นึกถึง : ตอนเรียน การบ้านยาก ข้อสอบยาก ทำงานเจอปัญหายาก ๆ หรือเวลาต้องออกไปพูดหน้าห้อง - -"  I think I can handle it, I think I can handle it ... (ท่องในใจ)

I think :  หนังเรื่องนี้ดีมากมาย หาเรื่องย่อได้ใน google เลยค่ะ ไม่รู้ว่าทำไมติดใจประโยคนี้ 55 แต่นึกถึงทีไรก็มีกำลังใจมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น

.

หมดแล้ว :D ปีหน้ามาลิสต์ใหม่ ไปแล้วค่ะ บ๊ายบาย ^^

**รูปจาก www.se-ed.com กับ www.imdb.com ค่า**

Merry X'Mas Exteen

posted on 24 Dec 2008 21:50 by jennessa  in Life

หวัดดีค่ะ ทุกคน (*0*)

*** ปัดหยากไย่ ***

ไม่ได้เขียนมานานมากมาย ตอนนี้กลับมาอยู่ไทยแล้วค่ะ เป็นช่วงปิดเทอม 3 เดือนแน่ะ เย้ๆๆ ได้อยู่บ้านนานหน่อย คิดถึงยาย แม่ ญาติพี่น้อง และ อาหารไทย ไทย ไทย ไทย ... หลังจากกลับมา ตอนนี้น้ำหนักขึ้นสองโลแล้ว เอิ้วว  (*0*)

หลังจากไปใช้ชีวิตเมืองนอกเมืองนามาหนึ่งปี กลับมาที่บ้านมีลูกแมวเพิ่มมาสามตัว, น้องสาวคนเล็กว่ายน้ำได้, น้องสาวคนแรกขับรถได้ >.< สิ่งที่หายไป คือ แมวหนึ่งตัวโดนรถชน กับนกแก้วที่ตายไม่รู้สาเหตุ... T^T

ความคิดเจนเนสซ่าเปลี่ยนไปเยอะมาก คือนิสัยเหมือนเดิม แต่เรามองสิ่งเดิม ๆ ที่เคยเห็นต่างออกไป (งงมั้ยเอ่ย - -") เอนทรีนึงที่อยากเขียนมากกก คือการรณรงค์ลดโลกร้อนของที่เมลเบิร์น ขอเวลาเก็บข้อมูลอีกนิด แล้วจะมาเล่าผ่าน exteen แน่นอนค่า

ปีนี้เขียนเอนทรีน้อยมาก 55 แต่ก็สนุกมาก ได้อยู่ในช่วงที่ exteen up level ตัวเองเป็นเวอร์ชันใหม่ จำได้ตอนแรกที่เปลี่ยน คนชมเยอะ คนว่าก็เยอะ ตอนนี้ทุกอย่างก็ลงตัวแล้ว ขอบคุณคุณแชมป์และทีมงาน (-/\-)

เดี๋ยวจะเข้าไปวาดการ์ดปีใหม่ กับช้อปปิ้งของขวัญซะหน่อย ไปดูมาแล้ว exs. น้อยมาก 555 จะทยอยส่งการ์ดให้ทุกคน ๆ ค่า

 

 

 

 

 Wish You All  A Merry X'Mas!!!

Santa, Can you hear me? I have been so good this year :P

Jennessa's Blog ครบรอบ 1 ปี

posted on 19 Feb 2008 09:58 by jennessa  in Life
หวัดดีค่ะทุกคน :-)

 

ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเขียนบลอคที่นี่ครบ 1 ปีแล้ว ยังจำตอนเขียนเอนทรีแรก ๆ ได้อยู่เลย 55 เวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วจริง ๆ ย้อนกลับไปดูหน่อยดีกว่าว่า 1 ปีผ่านไปเขียนอะไรไปบ้าง

 

70 entries!!! O_o ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเขียนอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย

 

Category

Number of entries

Design + Design2

29 entries

Life

27 entries

Web

9 entries

Melbourne

4 entries

Health

1 entries

 

ส่วนใหญ่ก็คงเป็นเรื่องแต่งบลอคกับชีวิตประจำวัน แอบมีเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพมาหนึ่งเรื่อง 555 เพราะตอนแรกตั้งใจจะเขียนเรื่องการออกกำลังกาย แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นแต่งบลอคได้ไงไม่รู้ ^^" พยายามจะเขียนเรื่องที่ทำได้แบบไม่ซับซ้อนเกินไป ตอนเขียนก็นึกภาพตัวเองเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องแต่งบลอคเลย ว่าถ้าเข้ามาอ่านเอนทรีนี้แล้วจะรู้เรื่องรึป่าว ดูจากคอมเมนต์แล้วบางคนก็บอกว่ายากจัง ไม่เข้าใจ 555 คงต้องฝึกเขียนแล้วก็ศึกษาเรื่อง CSS ต่อไป ^^"

บางทีเห็นคนที่เข้ามาอ่านแล้วเอาไปใช้ในบลอคจริง ๆ เห็นแล้วก็ปลื้มเหมือนกันนะ

ขอบคุณมาสเตอร์แชมป์และทุกคนที่เข้ามาอ่านมาคอมเมนต์ค่า ขอบคุณจริงๆๆๆ (-/\-)

Jennessa